5 วัน 4 คืน 

เพชรบูรณ์ - เลย

ราคาเริ่มต้น (บาท/ท่าน)

22,500

บรรยาย:

ภาษาไทย, อังกฤษ (English)

ระยะเวลา:

5 วัน 4 คืน

เดินทางโดย:

รถตู้ปรับอากาศ

วันที่เดินทาง:

ตุลาคม - ธันวาคม 2564

โปรแกรมการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพฯ – เพชรบูรณ์ – เขาค้อ

03.45 น. คณะพร้อมกันที่จุดนัดพบเจ้าหน้าที่ Getaway Holidays คอยให้การต้อนรับ และ อํานวยความสะดวกแก่ท่านในการเช็คอิน พร้อมแจกชุด Hygiene Travel kit ท่านละ 1 ชุดเพื่อสุขอนามัยที่ดีของท่าน

 

04.00 น. ออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยรถตู้ปรับอากาศเดินทางจากกรุงเทพฯถึงเขาค้อ เพชรบูรณ์ (ระยะทางประมาณ 409 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง) ระหว่างทางเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

 

08.00 น. แวะรับประทานอาหารเช้า

 

10.00 น. เดินทางถึงเขาค้อ นำท่านเยี่ยมชมทุ่งดอกไม้สีม่วง ดอกเวอร์บีน่าเขาค้อ ซึ่งตั้งอยู่ภายในไร่ GB อยู่บนภูเขาสูง เบื้องหน้าคือวิวของทิวเขาสลับซับซ้อน รวมถึงวิวของกังหันลมขนาดใหญ่ ที่ตั้งเรียงรายบนหุบเขา เป็นภาพที่สวยงามไปอีกแบบ ภายในพื้นที่ของไร่ GB นอกจากมีทุ่งดอกไม้แล้ว ยังมีชิงช้า ระเบียงชมวิว และ ร้านกาแฟ Mongker ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันอีกด้วย ถ่ายรูปดอกเวอร์บีน่าแล้ว เดินไปถ่ายรูปทุ่งดอกเสี้ยนฝรั่งสีชมพูต่อ ตั้งอยู่ติดกันจิบเครื่องดื่มยัง ร้านกาแฟ Mongker ร้านกาแฟ ที่ตั้งอยู่ริมภูเขามองเห็นวิวที่สวยงาม ตกแต่งทันสมัยผสมผสานกับความเป็นธรรมชาติ ด้วยที่นั่งแบบกระท่อมไม้ไผ่เรียงรายริมเขา นอกจากนี้บริเวณยังเป็น ทุ่งกังหันลม เขาค้อ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งหนึ่งของเขาค้อที่สวยงามมากๆ จุดชมวิวกังหันลมเด่นๆ จะมีอยู่ 2 จุดด้วยกัน คือ จุดชมวิวช้างดอย และ จุดชมวิวระเบียงกังหันลม โดยทั้ง 2 จุดจะอยู่ตรงข้ามกับลานจอดรถสวนสนนั่นเอง บอกเลยว่า ที่นี่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปสวยๆเก็บภาพประทับใจกัน

 

10.40 น. นำท่านแวะยัง จุดชมวิวคิงคอง เขาค้อ ตั้งอยู่ติดกับทุ่งดอกเวอร์บีน่าไร่ GB เป็นจุดชมวิวที่มีหุ่นฟาง คิงคองยักษ์ขนาดใหญ่ ทางเดินลอยฟ้าไปยังลานระเบียงชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวของเขาค้อได้แบบพาโนราม่า นอกจากนี้ภายในพื้นที่ของจุดชมวิวยังมีมุมถ่ายภาพที่น่ารักมากมาย ทั้งเปลชิงช้า รูปปั้นยอดมนุษย์ต่างๆ และมุมของดอกไม้เมืองหนาวและดอกหญ้าพริ้วไหวรวมทั้งที่พักแบบกระโจมเต้นท์วิวดีริมภูเขา รวมทั้ง ร้านกาแฟ คอยให้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

 

11.30 น. รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร ครัวจันทร์แรมซึ่งตั้งอยู่ใน ไร่จันทร์แรม รีสอร์ท 

 

13.30 น. แวะสักการะ พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก เป็นเจดีย์ที่สวยงามมีสถาปัตยกรรมผสมผสานทั้งแบบสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอัฐิของพระพุทธเจ้า ที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา โดยรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานให้กับประชาชนในพื้นที่ หลังจากยุติการสู้รบกับคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย ทั้งประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวจึงนิยมไปกราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคล

 

14.00 น. สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางต่อไปยัง พระตำหนักเขาค้อ

 

14.30 น. เยี่ยมชม พระตำหนักเขาค้อ ตั้งอยู่บนที่สูงสุดของเขาค้อ คือ สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,050 เมตร สามารถมองเห็นวิวเขาค้อได้แบบครอบคลุมทั้งเมือง ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นประทับแรมในโอกาสที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ตรวจเยี่ยมงานในโครงการพระราชดำริ และเยี่ยมเยียนประชาชน นอกจากจุดชมวิวสวยๆ รอบพระตำหนักจะปลูกดอกไม้สีสันสวยงามหลากหลายชนิด

 

15.30 น. เช็คอินเข้าที่พัก ซันเซต รีสอร์ท เขาค้อ เพชรบูรณ์ เป็นรีสอร์ทสไตล์โมเดิร์นลอฟต์ มีวิวทะเลหมอกให้ชมหน้าห้องพัก วิวดีงามมาก ให้ทุกท่านได้ชิลล์กับบรรยากาศหนาวๆ ด้วย  เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

 

18.00 น. รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร ครัวมาลี

 

20.00 น. นำส่งท่านกลับเข้าที่พัก ค่ำคืนนี้ราตรีสวัสดิ์

วันที่ 2  เขาค้อ – น้ำตกศรีดิษฐ์ – วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว – ทุ่งดอกไม้ Blue Sky Resort

06.00 น. ตื่นตอนเช้านำท่านไปชม เขาตะเคียนโง๊ะ เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนเขาค้อ ตอนเช้าสามารถตื่นขึ้นมารอดูพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมชมทะเลหมอกแบบ 360 องศาเลยทีเดียว และจากจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะสามารถมองไปเห็นเขาปู่ เขาย่า ซึ่งมีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย

07.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ รีสอร์ท

09.00 น. เช็คเอ้าท์ออกจากรีสอร์ท นำท่านออกเดินทางด้วยรถตู้ปรับอากาศต่อไปยังน้ำตกศรีดิษฐ์ 

09.30 น. นำท่านแวะชม น้ำตกศรีดิษฐ์ ตั้งอยู่พื้นที่เขาค้อ  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดปี เป็นน้ำตกชั้นเดียว สายน้ำไหลผ่านหน้าผาหินกว้าง มอง เห็นคล้ายม่านน้ำ ตกลงสู่เบื้องล่างกระทบหินน้ำกระเชนสวยงาม ในช่วงฤดูฝนน้ำจะมีปริมาณมาก ในฤดูร้อนน้ำจะไหลเอื่อยๆ แต่ไม่แห้ง ขอด มีลานกว้าง สำหรับเล่นน้ำ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรม ในอดีตผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์เคยยึดบริเวณพื้นที่แถบนี้เป็นค่ายก่อการ โดยสร้างเครื่องมือการเกษตรประเภทเครื่องสีข้าวพลัง น้ำ ครกตำข้าว ลานนวดข้าวอยู่ในบริเวณนั้น ปัจจุบันเป็นแหล่ง พักผ่อนและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีความ สวยงามมากแห่งหนึ่ง ชื่อ น้ำตกศรีดิษฐ์ ตั้งชื่อเพื่อเชิดชูเกียรติ แด่ ส.อ. ประพจน์ ศรีดิษฐ์ ผู้สละ ในเหตุการณ์เหล่านักรบผู้กล้า

10.00 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

10.45 น. นำท่านนมัสการ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว หรือ วัดพระธาตุผาแก้ว นี้ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์  ซึ่งที่เรียกกันว่า "ผาซ่อนแก้ว" นั้นเนื่องจากมีภูเขาสูงใหญ่ซ้อนกันเป็นทิวเขาเรียงรายโอบรอบบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม และบนยอดเขา มีถ้ำอยู่บนปลายยอดเขา มีชาวบ้านทางแดงหลายคน ได้เห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้า และลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์และเรียกตามๆ กันว่า "ผาซ่อนแก้ว" นั่นเอง   วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วนี้เป็นสถานปฏิบัติธรรมแก่พระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนทั่วไป ให้ได้มาพักกายพักใจในที่ซึ่งรายล้อมไปด้วยหุบเขาที่แสนสงบเงียบในอากาศเย็นสบาย ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม แล้วยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์อีกด้วย เพราะรอบๆ วัดตัวประดับประดาด้วยกระจกหลากสีสัน ไปจนกระทั่งถึงเจดีย์ ทำให้ความสวยงามของที่นี่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสาย

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ Pino Latte Restaurant and Café  (อิสระอาหารกลางวัน ตามอัธยาศัย)  บรรยากาศดีๆ ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม...แวะมาลองชิมอาหารรสเลิศ แสนอร่อย ที่นั่งมีให้เลือกมากมาย ได้หลายบรรยากาศปลอดโปร่ง โล่งสบาย อีกสิ่งที่เป็นจุดขายก็คือทิวทัศน์สุดอลังการของเขาค้อ สามารถมองเห็นวัดผาซ่อนแก้วได้อย่างชัดเจน พร้อมมุมสำหรับถ่ายรูปอีกนับไม่ถ้วน บอกเลยว่าอยู่นั่งอยู่ที่นี่ได้หลายชั่วโมงไม่มีเบื่อ ไหนจะหมู่ดอกไม้เรียงรายสวยงาม แหงนมองฟ้าก็แสนสดใส เก็บภาพประทับใจได้หลากหลายเลยทีเดียว

13.30 น. นำท่านเยี่ยมชม Bluesky Garden เขาค้อ สวนดอกไม้สไตล์อังกฤษท่ามกลางขุนเขา ตั้งอยู่ในพื้นที่ของบลูสกายรีสอร์ท เขาค้อ อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวยอดฮิต สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสวนสวย อยากหามุมถ่ายภาพหวานสไตล์เจ้าหญิง เคียงคู่ดอกไม้และดอกหญ้าพริ้วไหว บรรยากาศโรแมนติกชวนฝันเป็นอย่างมาก ภายในจะพบกับ สวน 4 ฤดู  ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้ และรูปปั้นหินสไตล์โรมัน โดยมีลานน้ำพุอยู่ตรงกลาง  เพิ่มความรู้สึกชุ่มชื่นเย็นสบาย สวนดอกไม้มีลักษณะเป็นวงกลม  แบ่งออกเป็น สวน Summer Spring Autumn และ Winter โดยแต่ละโซนปลูกดอกไม้และตกแต่งอย่างงดงาม  สีสันแตกต่างกันไปตามฤดูกาล  มีมุมให้ถ่ายรูปสวยหลายมุม ทำให้ได้มุมเก๋ๆ ถ่ายรูปเช็คอินเพียบ ที่สำคัญอากาศเย็นสบาย มีลมพัดผ่านตลอดเวลา สามารถมาเที่ยวได้ทั้งปีไม่ต้องรอถึงหน้าหนาว พร้อมชมทุ่งดอกไม้ที่บานตลอด 365 วัน

14.30 น. ได้เวลาอันสมควร  นำท่านเดินทางต่อไปยังที่พัก

15.00 น. เช็คอินเข้าที่พัก ภูแสนดาว รีสอร์ทโอบล้อมด้วยทิวเขาเขียวชะอุ่ม ปกคลุมด้วยหมอกในยามเช้า เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนหย่อนใจ สูดอากาศบริสุทธิ์รับโอโซน นอนพักชมวิวจากห้องพักวิวพาโนราม่าอันทอดยาว  ยามค่ำนอนนับดาวชมพระจันทร์กันชิวๆ ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์

18.00 น. สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางไปรับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร ครัวกลิ่นข้าวไร่

วันที่ 3  เพชรบูรณ์ – เลย – ภูเรือ – พระธาตุศรีสองรัก – ภูลมโล

07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่รีสอร์ท

09.00 น. รถตู้ปรับอากาศรอรับคณะ นำท่านเดินทางไปยังภูลมโล จังหวัดเลย  (ระยะทางประมาณ 109 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)  ระหว่างทางเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

12.30 น. ออกเดินทางต่อไปยังภูลมโล

13.00 น. เดินทางถึง ภูลมโล (เปลี่ยนขึ้นรถกระบะท้องถิ่น จำกัดการขึ้นด้านบน นั่งได้คันละ 10 ท่าน) ภูลมโล หุบเขานางพญาเสือโคร่ง หรือ แดนซากุระเมืองไทยที่ใหญ่ที่สุดครอบคลุม พื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ที่บานช่วงเดือนธันวาคม ถึง กลางมกราคม ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อำเภอด่านซ้าย ของจังหวัดเลย ในความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง  1,200-1,600 เมตร  เชิญท่านชื่นชมธรรมชาติความงามของดอกพญาเสือโคร่งและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย

14.00 น. ได้เวลาอันสมควร ออกเดินทางต่อไปยังพระธาตุศรีสองรัก  (ระยะทางประมาณ 46 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)

15.30 น. นำท่านนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่สำคัญของ อ.ด่านซ้าย จังหวัดเลย พระธาตุศรีสองรักที่สร้างขึ้นตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2103 สมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นสักขีพยานในการช่วยเหลือกันระหว่างพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา(ไทย) และพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง(ลาว) เนื่องจากยุคนั้นพม่าเรืองอำนาจ และมีการรุกรานดินแดนต่างๆ เพื่อขยายอำนาจ  กษัตริย์ทั้งสองพระองค์จึงเห็นว่าควรจับมือกันเพื่อความมั่นคง จึงได้กระทำสัตยาธิษฐานว่าจะไม่ล่วงล้ำดินแดนของกันและกัน พร้อมได้ร่วมกันสร้างเจดีย์ขึ้นถวายมีพระนามว่า “พระธาตุศรีสองรัก”  ริมลำน้ำหมัน เป็นดังสักขีพยานแห่งสัจจะไมตรี และจะมีการจัดงานสมโภชพระธาตุในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี  ผู้ที่จะมาสักการะพระธาตุศรีสองรัก ห้ามใส่เสื้อผ้า "สีแดง" หรือถือสิ่งของที่มีสีแดงเข้าไปบริเวณองค์พระธาตุ  เพราะ "สีแดง" อาจเปรียบได้กับ "เลือด" ที่เป็นผลของการทำสงคราม ดังนั้น คนโบราณจึงมีการห้ามไม่ให้ผู้ที่สวมเสื้อผ้าสีแดง เข้าไปบริเวณองค์พระธาตุ จนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อเดินทางมาถึงพระธาตุศรีสองรักจะพบกับกับทางเดินทอดยาวไป เบื้องหน้ามีเสาสูงประมาณอกเรียงรายนำไปสู่บันได สูงขึ้นไปจะเห็นยอดเจดีย์พระธาตุศรีสองรักสีขาวสง่าที่ตั้งอยู่หลังมณฑปที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก สร้างด้วยศิลา และในส่วนขององค์พระพุทธรูปสันนิษฐานว่า สร้างด้วยทองสัมริด มีหน้าตักกว้าง 21 นิ้ว สูง 30 นิ้ว โดยหลวงพ่อไกรสีห์จะเปิดให้นมัสการในโอกาสสำคัญ ซึ่งในแต่ละปีจะมีการปิดทอง 1 ครั้ง โดยจะทำก่อนวันงานสมโภชและนมัสการพระธาตุศรีสองรัก 1 วัน

16.30 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางโดยรถตู้ปรับอากาศต่อไปยังที่พัก ภูเรือ รีสอร์ท ในบรรยากาศสบายของคิมหันต์ฤดู

17.00 น. เช็คอินเข้าที่พักณ ภูเรือ รีสอร์ทหรือ โรงแรมระดับเทียบเท่า

18.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของทางรีสอร์ท หลังอาหารอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

พักผ่อนคืนนี้ ราตรีสวัสดิ์ ณ ภูเรือ รีสอร์ท

วันที่ 4  เลย – ภูเรือ – เชียงคาน

05.00 น. นำท่านเดินทางด้วยรถตู้ปรับอากาศขึ้นสู่ อุทยานแห่งชาติภูเรือ

05.30 น. เดินทางถึงยอดภูเรือ ให้ท่านได้ดื่มด่ำกับพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า พร้อมชม“ทะเลหมอกสุดอลังการ” บนยอด “อุทยานแห่งชาติภูเรือ” ที่ความสูง 1,365 เมตร ให้ท่านได้สัมผัสกับอากาศหนาวและถ่ายภาพบรรยากาศทะเลหมอกกับแสงแรก อุทยานแห่งชาติภูเรือ ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2522 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 16 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 120.84 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอาฮี ตำบลท่าลี่ อำเภอท่าลี่ และตำบลลาดค่าง ตำบลหนองบัว ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย มีอาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว ส่วนชื่อของ ภูเรือ นั้นมาจากชะโงกผาบนยอดดอยสูงที่ยื่นออกมาลักษณะคล้ายสำเภาใหญ่ และยังมีที่ราบคล้ายท้องเรืออีกด้วย ชาวบ้านจึงเรียกภูเรือกันเรื่อยมา

ก่อนลงยอดภูเรือต้องแวะนมัสการพระพุทธรูปนาวาบรรพตที่ชาวภูเรืออัญเชิญมาจากอยุธยาด้วย จากยอดภูเรือจะมีทางเดินลงมาตามถนนลาดยางไปชมประติมากรรมหินรูปคล้ายศิวลึงค์ขนาดใหญ่ ท่านยังสามารถแวะชมวิวทิวทัศน์ ทั้งยามเช้า ยามสาย และยามเย็นที่สวยงามของจุดชมวิวต่างๆ รอบภูเรือได้อีก ทั้งจุดชมวิวเดโช และผาซำทอง ผาที่มีไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทองปกคลุมอยู่

08.00 น. หลังจากอิ่มเอมกับธรรมชาติยามเช้าของแสงอาทิตย์ และหมอกยามเช้า สูดอากาศเต็มปอดบนยอดภูเรือแล้ว นำท่านแวะชมดอกไม้เมืองหนาวหลากสีสรรสวยงาม ณ ไร่ภูฟ้าใสสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดของอำเภอภูเรือ มีสวนดอกไม้เมืองหนาว เมืองเหนือ หลากสายพันธุ์ที่งดงาม รวมถึงผลไม้เมืองหนาว อย่างสตอเบอรี่ ที่มีพื้นที่กว่า 5 ไร่ มีหุ่นฟาง ผลฟักกลมยักษ์ ชิงช้าไม้ และพรอพสำหรับการเซลฟี่เก็บภาพความประทับใจ

08.30 น. สมควรแก่เวลา นำท่านกลับเข้าที่พัก  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

10.00 น. เช็คเอาท์ออกจากที่พักนำท่านเดินทางต่อไปโดยรถตู้ปรับอากาศ เดินทางมุ่งหน้าสู่ศูนย์วัฒนธรรมไทดำ

11.30 น. นำท่านชมและศึกษาเรียนรู้ถึงประวัติและวิถีชีวิตชาวไทดำ ที่ยังสืบสานตำนานและประเพณีวัฒนธรรมไทดำให้คงอยู่สู่รุ่นลูกรุ่นหลานในปัจจุบัน ณ ศูนย์วัฒนธรรมไทดำเป็นสถานที่ที่รวบรวมประวัติความเป็นมา รูปแบบบ้านเรือน สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ของชาวไทดำ รวมทั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ และเป็นสถานที่รวมกลุ่มทำงานหัตถกรรม งานฝีมือของชาวบ้านอีกด้วย ชนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตนเองว่า ไท หรือ ไตย (TAI) หรือบางครั้งอาจเรียกชื่อต่างๆ กัน เช่น ลาวโซ่ง ไทยซุ่ง ลาวซงดำ ไทดำ ไทยทรงดำ ไทยโซ่ง ถิ่นเดิมของชาวไทดำอยู่ในแคว้นสิบสองจุไทย บริเวณแม่น้ำดำ แม่น้ำแดง ในแคว้นสิบสองจุไทยมีเมืองแถน (ปัจจุบันคือเมืองเดียนเบียนฟู ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเวียดนาม) เป็นเมืองหลวงไทดำ และอพยพเข้ามาในประเทศไทยช่วงรัชกาลที่ 5 สมัยที่ไทยทำสงครามปราบฮ่อในดินแดนเชียงขวางและสิบสองจุไท หลังจากนั้น นำชมอีกหนึ่งสถานที่ ที่เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวไทดำซึ่งอยู่ไม่ไกลจากศูนย์วัฒนธรรมไทดำนี้ บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราว และเก็บรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ของชาวไทดำที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ จัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชม จุดเด่นของที่นี่ก็คือ ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาเขียวขจี มีฉากหลังเป็นภูเขาสวยงามลงตัวทีเดียว ให้ถ่ายได้ถ่ายภาพมุมสวยๆ ท่ามกลางธรรมชาติ หรือ ใส่ชุดไทดำ (ค่าเช่าชุดไม่รวมในราคาทัวร์) ที่มีบริการให้นักท่องเที่ยวได้ใส่ไว้ถ่ายรูปอีกด้วย

12.30 น. เชิญท่านรับประทานอิ่มอร่อยกับอาหารพื้นเมืองแบบชาวไทดำ ณ บ้านไทดำ

13.30 น. หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว เดินทางต่อไปยังเชียงคานเพื่อเข้าสู่ที่พัก

14.00 น. เช็คอินเข้าที่พัก ณ นอนนับดาวหรือ โรงแรมระดับเทียบเท่า

15.30 น. พร้อมกัน ณ บริเวณล้อบบี้ที่พัก นำท่านเดินทางไปชมวิวของ 2 แม่น้ำ 2 แผ่นดิน ถิ่นไทย-ลาว ที่สกายวอล์คเชียงคาน

16.00 น. เดินทางถึง สกายวอล์คเชียงคานแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดเลย นำท่านสัมผัสความสวยงามและความเสียวจากมุมสูง ความสูงกว่าระดับแม่น้ำโขง 80 เมตร หรือเท่ากับตึก 30 ชั้น มีทางเดินพื้นกระจก 2 เมตร ความยาว 80 เมตร มองเห็นแม่น้ำเหืองที่ไหลผ่านมาบรรจบแม่น้ำโขง ที่กั้นพรมแดนไทย-ลาว และมี พระใหญ่ภูคกงิ้ว เป็นพระพุทธรูปปางลีลาประทานพร หล่อด้วยไฟเบอร์ผสมเรซิ่นทอง สูงกว่า 19 เมตร

18.00 น. สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางไปรับประทานอาหารค่ำ

18.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านเฮือนหลวงพระบาง อาหารลูกผสมระหว่างไทยอีสาน ลาว และ จีน ที่มีความอร่อยไปซะทุกเมนู จบจากอาหารค่ำ นำท่านเดินทอดน่องย่อยอาหารเพลิดเพลินกับความงามยามค่ำคืนของถนนคนเดินเชียงคาน ที่เนิบช้า แต่ทำให้ผู้คนที่มาเยือนต้องตกหลุมรักเมืองเชียงคาน แบบที่ไม่รักเลยไม่ได้แล้ว อิสระตามอัธยาศัย ชมสินค้าพื้นเมืองงานฝีมือร้านอาหารพื้นเมือง หรือจะจิบกาแฟ จิบชา ยาวไปตั้งแต่เชียงคานซอย 5 ถึงชอย 20 ... สมควรแก่เวลาพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย กลับเข้าที่พัก

20.30 น. กลับเข้าที่พัก โรงแรม .... เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย ราตรีสวัสดิ์

วันที่ 5  เลย – ภูทอกเชียงคาน – วัดป่าภูก้อน – กรุงเทพฯ

05.00 น. เช้านี้ตื่นก่อนไก่โห่ เพื่อไปสัมผัสความงามที่พลาดไม่ได้ของอีกหนึ่งภู นั่นคือ ภูทอก (เปลี่ยนขึ้นรถกระบะท้องถิ่น จำกัดการขึ้นด้านบน นั่งได้คันละ 10 ท่าน) ชมทะเลหมอกที่หนาแน่นมากมายปกคลุมทั่วอาณาบริเวณรอบภูเขาสูง เป็นภาพที่ใครมาก็ต้องประทับใจแน่นอน เก็บภาพยามเช้ากับภูทอก หมอกหนา หรือจะนั่งชิงช้าห้อยขาชมแสงพระอาทิตย์ที่เล็ดลอดแทรกตัวผ่านหมอกหนาได้ตามอัธยาศัย   สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับเข้ามาในเมืองเชียงคาน พร้อมตักบาตรข้าวเหนียว

07.00 น. สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนท้องถิ่น กับการตักบาตรข้าวเหนียว ที่ยังคงอนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิมมาจนปัจจุบันนี้ของเชียงคาน แบบเดียวกับประเทศลาว ประเทศพี่เมืองน้องของเรา เป็นความงดงามอีกอย่างหนึ่งของภาพประทับใจ ที่มีพระสงฆ์จากวัดต่างๆ เดินรับบาตรยามเช้าเป็นแนวยาวไปตลอดเส้นทาง

08.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก  หลังอาหาร เช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก  เดินทางด้วยรถตู้ปรับอากาศ สู่วัดป่าภูก้อน (ระยะทางประมาณ 109 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง)

10.30 น. เดินทางถึง วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม บ้านนาคำ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี  ซึ่งเขตป่าสงวนแห่งชาตินี้เป็นรอยต่อของจังหวัด อุดรธานี เลย และหนองคาย เป็นที่ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติ มีต้นไม้ ลำธาร สัตว์ป่า และต้นไม้นานาชนิด 

วิหารของวัดป่าภูก้อน สวยงามสะดุดตานักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติ โดยพระวิหารมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ มีประตูทางเข้าออกวิหาร 3 ด้าน ภายในวิหารจะถูกตกแต่งอย่างอย่างงดงามตระการตาเลยทีเดียว และจะแฝงไปด้วยเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า รอบๆ ผนังมีภาพพุทธประวัติและภาพทศชาติอยู่  และมีการตกแต่งแบบภาพปั้นนูนต่ำ หล่อด้วยทองแดง ซึ่งเป็นภาพของพระพุทธเจ้าในองค์ชาติทั้ง 10 ชาติ ด้านบนของทุกภาพ จะถูกแกะสลักด้วยบทสวดอิติปิโสช่องละท่อนด้วยสีเขียวเข้มบนพื้นหินอ่อนสีขาว ถือว่าเป็นผนังวิหารที่มีเอกลักษณ์งดงาม น่าประทับใจ  วัดป่าภูก้อน ใช้ระยะเวลาในการสร้างทั้งหมด 6 ปี สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา ในปี 2554 คณะพุทธบริษัทวัดป่าภูก้อนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงมีการจัดสร้างพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ขึ้น ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ทางพุทธศิลป์แห่งรัชกาลที่ 9  ภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา มีพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนสีขาว ความยาวถึง 20 เมตร

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันณ ร้านอาหาร ครัวจำปาสี่ต้น

13.00 น. หลังรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อย  นำทุกท่านเดินทางกลับกรุงเทพฯ (ระยะทางประมาณ 636 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง) ระหว่างทาง เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

18.00 น. แวะรับประทานอาหารค่ำระหว่างทางที่เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ

22.00 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

หมายเหตุ: รายการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมโดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
1/2

รายละเอียดการเดินทาง

อัตราค่าบริการนี้รวม

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม