อัศจรรย์อันซีนไทยแลนด์ เมืองจิ๋วแต่แจ๋ว เชียงราย - พะเยา

5 วัน 4 คืน

ราคาเริ่มต้น (บาท/ท่าน)

21,900

บรรยาย:

ภาษาไทย, อังกฤษ (English)

ระยะเวลา:

5 วัน 4 คืน

เดินทางโดย:

เครื่องบิน และรถตู้ปรับอากาศ

วันที่เดินทาง:

ตุลาคม - ธันวาคม 2564

women-enjoy-fresh-air-embrace-naturein-morning-phu-chi-dao-thailand 3-resize.jpg

โปรแกรมการเดินทาง

วันที่ 1: กรุงเทพฯ - เชียงราย - ดอยผาตั้ง - ภูชี้เดือน - ภูชี้ดาว - ภูชี้ฟ้า

05.45 น. คณะพร้อมกันที่จุดนัดพบสนามบินดอนเมือง เจ้าหน้าที่ Getaway Holidays คอยให้การต้อนรับ และ อํานวยความสะดวกแก่ท่านในการเช็คอิน พร้อมแจกชุด Hygiene Travel kit ท่านละ 1 ชุดเพื่อสุขอนามัยที่ดีของท่าน

07.30 น. บินลัดฟ้าสู่จังหวัดเชียงราย ด้วยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD8714  เวลา 07.30 – 08.45 น.

 

08.45 น. เดินทางถึง สนามบินเชียงราย คณะรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อย รถตู้ปรับอากาศ มารับท่าน ณ ประตูทางออก นำท่านออกเดินทางสู่ดอยผาตั้ง ระหว่างทางเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
(ระยะทางประมาณ 112 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที)

09.00 น. รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 1) ที่ “ร้านข้าวมันไก่หลิบบุ๊ง” ร้านข้าวมันไก่แสนอร่อยของชาวเชียงราย ตั้งอยู่บริเวณถนนวัดใหม่ ซึ่งหากใครได้ลองชิมต่างยกนิ้วการันตีความอร่อยด้วยกันทุกคน ทางร้านมีเมนูให้เลือกหลากหลาย

11.30 น. เดินทางถึง "ดอยผาตั้ง" เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อม้งและเย้าตั้งอยู่ที่บ้านผาตั้งหมู่ที่ 14 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จังหวัดเชียงราย อยู่ระดับสูงกว่าน้ำทะเลประมาณ 1,635 เมตร ลักษณะของดอยผาตั้งเป็นสันเขาคดเคี้ยว ที่สามารถมองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนกันของฝั่งลาว ดอยผาตั้งมีจุดเด่น สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้า และ ชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น ดอยผาตั้งมีอากาศเย็นตลอดทั้งปีซึ่งในฤดูหนาวชาวบ้านจะปลูกพืชเมืองหนาวปลูกบ๊วยท้อสาลี่แอปเปิ้ลและชาจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้บนดอยผาตั้งยังมีจุดที่น่าสนใจอีกทีนึง “เขาช่องเขาขาด” เป็นช่องเขาที่หินขาดจากกัน แล้วมองลอดออกไปหาที่ทางช่องเขาเห็นแม่น้ำโพงพอดี ถือว่าเป็นทัศนียภาพที่สวยงามมากอีกทีหนึ่ง ใครที่ได้มาที่นี้ จะประทับใจ

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 2) ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

13.30 น. ออกเดินทางต่อไปยัง ภูชี้เดือน

15.00 น. เปลี่ยนขึ้นรถกระบะท้องถิ่น จำกัดการขึ้นด้านบน นั่งได้คันละ 10 ท่าน เดินทางขึ้น “ภูชี้เดือน”

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักมาก ภูชี้เดือน อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าไปทางดอยผาตั้งประมาณ 11 กิโลเมตร เลยทางขึ้น "ภูชี้ดาว" ไปประมาณ 700 เมตร "ภูชี้เดือน" สูงที่สุด 1,742 เมตรสูงกว่า "ภูชี้ฟ้า" ที่สูงเพียง 1,628 เมตร และ "ภูชี้ดาว" สูง 1,688 เมตร ทำให้เราสามารถยืนอยู่บนยอด "ภูชี้เดือน" แล้วมองวิวได้สวย และกว้างถึง 360 องศา

16.00 น. เปลี่ยนขึ้นรถกระบะท้องถิ่น จำกัดการขึ้นด้านบน นั่งได้คันละ 10 ท่าน เดินทางขึ้น
“ภูชี้ดาว” มีความสูงประมาณ 1,800 เมตร ซึ่งสูงกว่าทั้งภูชี้ฟ้าและดอยผาตั้ง สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของภูชี้ดาว คือ วิวของยอดเขาที่เชิดชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า จึงเป็นที่มาของชื่อ ภูชี้ดาว วิวทิวทัศน์ของภูชี้ดาวนั้นมองเห็นได้ 360 องศา และสามารถมองเห็นภูชี้ฟ้าและดอยผาตั้งอยู่ไกลลิบๆ ท่ามกลางฉากหลังอันเป็นแม่น้ำโขงคดเคี้ยว บวกกับธรรมชาติอันเป็นป่าสมบูรณ์ด้านล่าง

17.30 น. เดินทางถึง “ภูชี้ฟ้า” นำท่านเช็คอินเข้าที่พัก “ม่านฟ้าฮิลล์” รีสอร์ทสำหรับผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม ณ สถานที่แห่งนี้คุณสามารถสัมผัสความสวยงามของสายหมอกและลมหนาวได้อย่างใกล้ชิด ส่วนห้องพักจะเป็นสไตล์ธรรมชาติ สะอาด วิวดี เป็นระเบียบ ปลอดภัย ประหยัด และมีความเป็นส่วนตัว (ห้องพักเป็นห้องพัดลม)

18.30 น. รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 3) ณ ห้องอาหารของรีสอร์ท โดยทางรีสอร์ทบริการเป็นเซ็ทเมนู

20.00 น. เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย ค่ำคืนนี้ราตรีสวัสดิ์

press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
1/1

วันที่ 2: ภูชี้ฟ้า - น้ำตกภูซาง - วัดนันตาราม - วัดพระเจ้านั่งดิน - ภูลังกา

05.30 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้า นำทุกท่านไป สัมผัสไฮไลต์สำคัญของการมาเที่ยว ภูชี้ฟ้า คือ
ชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก
อลังการคลอภูขาที่สวยงาม ชมเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ ที่ไม่มีใครเหมือนนั่นคือ ลักษณะภูเขาที่ชี้ไปบนฟ้า “ภูชี้ฟ้า” อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตรโดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่นด้านที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ยอดภูชี้ฟ้ามีลักษณะเป็นผาที่มีแหลมยื่นขึ้นไปบนฟ้าจึงเรียกว่า ภูชี้ฟ้า โดยมองเห็นภูเขาชี้ขึ้นไปบนฟ้าที่มีลักษณะเป็นภูเขาสูงทำมุม 45 องศา ซึ่งด้านบนมีพื้นที่ราบให้เดินเที่ยวชมประมาณ 1 กิโลเมตร ด้านหน้าเป็นหน้าผาสูงมองเห็นหมู่บ้านเชียงตองในประเทศลาว มีจุดชมวิวยอดนิยมอยู่ 2 จุด คือบริเวณ ยอดภูและบริเวณลานก่อนถึงยอด วิวทิวทัศน์ของภูเขานั้น วางสลับซับซ้อนอย่างสวยงาม ทำให้เกิดเป็นภาพบรรยากาศสวยๆ ในตอนเช้าที่จะมีทะเลหมอกปกคลุมในหุบเขาด้านล่าง สวยงามราวกับภาพวาด


07.30 น. รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 4) ณ ห้องอาหารรีสอร์ท

09.00 น. เช็คเอ้าท์ออกจากรีสอร์ท นำท่านออกเดินทางด้วยรถตู้ปรับอากาศต่อไปยัง น้ำตกภูซาง จังหวัดพะเยา (ระยะทางประมาณ 43 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที) ระหว่างทาง
เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

10.10 น. แวะชม
“น้ำตกภูซาง” หรืออีกชื่อเรียก ที่เรียกกันว่า น้ำตกอุ่นภูซาง ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติภูซาง ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา น้ำตกนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาดอยผาหม่น เกิดมาจากสายน้ำที่ไหลมาจากผาหินปูน มีความสูง 25 เมตร น้ำไหลตลอดทั้งปี จัดว่าเป็นน้ำตกน้ำอุ่นเพียงแห่งเดียวในไทย เพราะน้ำจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 35 - 36 องศา และใสปราศจากกลิ่นกำมะถัน บริเวณใต้น้ำตกก็เป็นแอ่งน้ำใสสีเขียวมรกต ที่สำคัญนักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้


11.30 น. นำท่านนมัสการ “วัดนันตาราม” เป็นวัดที่อนุรักษ์วิหารศิลปะแบบไทยใหญ่ตัววิหาร สร้างด้วยไม้สักทั้งหลักตกแต่งลวดลาย ฉลุไม้อย่างสวยงาม ตามส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น หน้าบัน หน้าต่าง ระเบียง เป็นต้น ทั้งลวดลายแกะสลัก หลังคาซ้อนชั้นมุงแป้นเกล็ดหรือกระเบื้องไม้ที่ลดหลั่นลงตัว
 

ส่วนภายในวิหารก็ดูขรึมขลังเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งศรัทธา เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับองค์พระประธานที่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย แกะสลักจากไม้สักทองลงรักปิดทองทรงเครื่องแบบ ไทยใหญ่ ประดิษฐานบนฐานไม้ที่ฉลุลวดลายอย่างสวยงาม โดยข้างองค์พระประธาน มีพระพุทธรูปหินขาว และพระพุทธปฏิมาประธาน ไม้สักทองที่ต่างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่องแบบไทยใหญ่อย่างสมส่วนสวยงามประดิษฐานอยู่ มีเจดีย์แบบไทย ใหญ่ มีพิพิธภัณฑ์ธนบัตรเก่า เครื่องใช้โบราณ ผ้าลายโบราณ และภาพวาดโบราณเกี่ยวกับการเทศน์มหาชาติแต่ละตอน


12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 5) ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

13.30 น. นำท่านนมัสการ
“วัดพระนั่งดิน” วัดพระนั่งดิน อัศจรรย์อันซีนไทยแลนด์ ตั้งอยู่ ตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ​เป็นวัดที่องค์พระประธานของวัดไม่มีฐานรองรับเหมือนกับพระประธานองค์อื่นๆ เคยมีราษฎรสร้างฐานรองรับเพื่ออัญเชิญพระประธานขึ้นประดิษฐานบนฐานรองรับ แต่ปรากฏว่าพยายามยกเท่าไรก็ยกไม่ขึ้น จึงเรียกสืบต่อกันมาว่า "พระนั่งดิน" นอกจากนี้ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าขานสืบกันมาว่า เคยมีชาวบ้าน ได้พากันสร้างฐานชุกชีแล้วได้อันเชิญพระเจ้านั่งดินขึ้นประทับ แต่ได้เกิดเหตุอัศจรรย์ฟ้าได้ผ่าลงมาที่กลางพระวิหารถึง 3 ครา พุทธบริษัททั้งหลายจึงอาราธนาพระเจ้านั่งดินมาประดิษฐานบนพื้นดินดังเดิมตราบจนทุกวันนี้


14.00 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางต่อไปยังภูลังกา (ระยะทางประมาณ 41 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) ระหว่างทางเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

15.00 น. เดินทางถึง “ภูลังกา”

นำท่านเข้าที่พัก “ภูลังกา เลอ บาโคนี่” เป็นที่พักและคาเฟ่ดีไซน์สวยเก๋ มาในสไตล์ลอฟท์ พร้อมระเบียงกว้างให้ได้ชมวิวทิวทัศน์ของผาช้างน้อย สำหรับตัวห้องพักภายในยังคงตกแต่งในสไตล์ลอฟต์ มีพื้นที่กว้างขวาง มีทั้งห้องที่เห็นวิวได้ชัดเจน สำหรับไฮไลท์ของที่นี่ก็คือระเบียงด้านบนที่จะทำให้เราสามารถมองเห็นวิวของดอยภูลังกาได้แบบ 180 องศา (ห้องพักเป็นห้องแอร์)

17.00 น. เข้าที่พักเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาออกไปดื่มด่ำกับบรรยากาศบนภูลังกากัน เดินเล่นท่ามกลางลมหนาวในช่วงเย็น รอชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน

18.30 น. รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 6) ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

20.00 น. นำท่านกลับเข้าที่พัก และ กิจกรรมสำหรับค่ำคืนในวันนี้เมื่อท้องฟ้ามืดมิดคงหนีไม่พ้น
การตามล่าทางช้างเผือกบนยอดภู

ที่ภูลังกานี้ขึ้นชื่อมาก ซึ่งหากเราโชคดีทางช้างเผือกโผล่ขึ้นมาจากก้อนเมฆให้เราได้ชม ทั่วทั้งฟ้ามีแสงสว่างจากดวงดาว มองดูระยิบระยับไปหมด เป็นค่ำคืนอันสวยงามเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
...ราตรีสวัสดิ์

press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
1/1

วันที่ 3: ภูลังกา - วัดพระธาตุจอมทอง - วัดศรีโคมคำ - หอวัฒนธรรมนิทัศน์ – พ่อขุนงำเมือง –
วัดศรีอุโมงค์คำ – วัดติโลกอาราม - ชมพระอาทิตย์ตก ณ กว๊านพะเยา

07.30 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 7) ณ ห้องอาหารของรีสอร์ท

09.00 น. รถตู้ปรับอากาศรอรับคณะ นำท่านเดินทางไปยังเมืองพะเยา (ระยะทางประมาณ 112 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง) ระหว่างทางเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

11.00 น. นำท่านนมัสการ “วัดพระธาตุจอมทอง” องค์พระธาตุสีทองเหลืองอร่ามตั้งเด่นตระหง่านอยู่บนดอยจอมทองคือ "พระธาตุจอมทอง" ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุจอมทอง เป็นปูชนียสถานโบราณ
คู่เมืองพะเยา
อ่านเพิ่มเติม

11.30 น. นำท่านนมัสการ “วัดศรีโคมคำ” หรือที่ชาวพะเยาเรียกขานกันว่า “วัดพระเจ้าตนหลวง” ตั้งอยู่ที่ ถนนพหลโยธิน ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ริมกว๊านพะเยา เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองพะเยา
อ่านเพิ่มเติม

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 8) ณ “ร้านข้าวซอยแสงเพียร” เป็นร้านขายข้าวซอยและขนมจีนน้ำเงี้ยวเจ้าดังประจำจังหวัดพะเยา ร้านเก่าแก่เปิดมาหลายสิบปี ร้านนี้ที่เด็ดอยู่ที่ข้าวซอย รสชาติถึงเครื่อง รสชาติอร่อยเข้มข้น มีพวกหอมแดง, ผักกาดดอง มะนาว เลือกหยิบเองได้ตามอัธยาศัย

13.30 น. แวะสักการะ “พ่อขุนงำเมือง” กษัตริย์ลำดับที่ ๙ แห่งเมืองภูกามยาวหรือพะเยาในปัจจุบัน เป็นพระราชโอรสของพ่อขุนมิ่งเมือง ครองราชย์ในพ.ศ. ๑๘๐๑ จนถึง ๑๘๔๑ ในสมัยที่พ่อขุนงำเมืองปกครองอาณาจักรพะเยาเป็นยุคสมัยที่เจริญรุ่งเรืองมาก

14.00 น. นำท่านนมัสการ “วัดศรีอุโมงค์คำ” หรือที่ชาวบ้านที่นี่เรียกว่า “วัดสูง” เนื่องจากวัดตั้งอยู่ในเนินสูงทั้งเจดีย์และพระอุโบสถ ทำให้วัดสูงเด่นสง่าและมองเห็นได้เด่นชัด อ่านเพิ่มเติม

14.40 น. นำทุกท่านลง ล่องเรือพายแจว กว๊านพะเยา เพื่อไปนมัสการวัดเก่าแก่กลางกว๊านพะเยาที่ มีอายุราว ๕๐๐ กว่าปีแห่งนี้ คือ “วัดติโลกอาราม” เป็นศาสนสถานเก่าแก่ที่มีมาก่อนกว๊านพะเยา ซึ่งจมอยู่ใต้กว๊านพะเยายาวนานกว่า ๖๘ ปี อ่านเพิ่มเติม

15.30 น. สมควรแก่เวลานำท่านไปสู่ที่พัก

16.00 น. เช็คอินที่ “โรงแรมภูกลอง” ตั้งอยู่ริมกว๊านพะเยา สิ่งอำนวนความสะดวกครบครันทั้งห้องออกกำลังกาย ห้องพักพร้อมอาหารเช้า สามารถตื่นมาสูดบรรยากาศริมกว๊านยามเช้า
(ห้องพักเป็นห้องแอร์)

18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 9) ณ ห้องอาหารท้องถิ่นริมกว๊านพะเยา “ครัวออโรร่า”

20.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย ค่ำคืนนี้ราตรีสวัสดิ์
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
1/1

วันที่ 4: พะเยา - เชียงราย - ไร่สิงห์ปาร์ค – วัดร่องขุ่น - วัดร่องเสือเต้น – พิพิธภัณฑ์บ้านดำ

07.30 น. รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 10) ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น. เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม นำท่านเดินทางไปยังเชียงราย (ระยะทางประมาณ 89 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) ระหว่างทางเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

10.30 น. เดินทางถึง “ไร่สิงห์ปาร์ค” แลนด์มาร์คเชียงราย เป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สร้างความสุขให้กับชุมชนและผู้มาเยือน

สิงห์ปาร์ค เชียงราย หรือ ที่หลายคนรู้จักในนาม "ไร่บุญรอด" ตั้งอยู่ริมถนนสายเด่นห้า-ดงมะดะ ห่างจากเขตชุมชนเมืองเชียงราย ประมาณ 9 กิโลเมตร ด้วยพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่กว่า 8,000 ไร่ ทำให้สามารถเนรมิตที่เที่ยวทางเกษตรมากมายให้ได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็น ไร่ชาอู่หลงขนาดใหญ่ ไร่สตรอเบอรี่ ฟาร์มสัตว์ เส้นทางทางปั่นจักรยาน ทัศนียภาพอันสวยงามของบริเวณโดยรอบ ร้านกาแฟและเบเกอรี่ ร้านอาหาร และอื่นๆอีกมากมาย โดยหัวใจหลักของที่นี่คือ การมุ่งเน้นทำเกษตรแบบผสมผสานรักษาสมดุลของธรรมชาติ และการอยู่ร่วมกับชุมชน โดยไม่ลืมที่จะสร้างความสุขให้กับชุมชนรอบข้าง รวมทั้งผู้ที่ได้มาเยือน

12.00 น. ให้ทุกท่าน อิสระรับประทานอาหารกลางวัน ที่ไร่สิงห์ปาร์ค

13.00 น. ออกเดินทางต่อไปยังวัดร่องขุ่น

13.10 น. นำท่านนมัสการ “วัดร่องขุ่น” เป็นวัดพุทธ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ออกแบบและก่อสร้างโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2540 จนถึงปัจจุบัน ศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทยสร้างขึ้นด้วยแรงปณิธานที่มุ่งมั่นรังสรรค์งานศิลปะที่งดงามแปลกตา ผสานวัฒนธรรมล้านนาได้อย่างกลมกลืน ทั้งลวดลายปูนปั้นประดับกระจกและจิตรกรรรมฝาผนังขนาดใหญ่ ความงดงามของอุโบสถสีขาวประดับด้วยกระจกสีเงินแวววาว และลวดลายปูนปั้นอันวิจิตรเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงประดับด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามประณีตที่เห็นแล้วต้องตะลึง

อ.เฉลิมชัยยังได้แรงบันดาลใจในการสร้างวัดแห่งนี้อยู่ 3 ประการ คือ “เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์” ด้านหน้าทางเข้าจะเจอสระน้ำขนาดใหญ่ มีสะพานทางเดินเข้าสู่ตัววัด หมายถึง การเดินข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิ ครึ่งวงกลมเล็ก หมายถึง โลกมนุษย์วงใหญ่ที่มีเขี้ยวเป็นปากของพญามารหรือพระราหู หมายถึง กิเลสในใจแทนขุมนรกคือทุกข์ ผู้ที่จะเข้าเฝ้า พระพุทธเจ้าในพุทธภูมิต้องตั้งจิตปลดปล่อยกิเลสตัณหาของตนเองลงไปในปากพญามาร เพื่อเป็นการชำระจิตให้ ผ่องใสก่อนที่จะเดินผ่านขึ้น ไปพบกับพระราหูอยู่เบื้องซ้าย และพญามัจจุราชอยู่เบื้องขวา

สระน้ำด้านล่าง หมายถึง สีทันดรมหาสมุทร มีสวรรค์ตั้งอยู่ด้วยกัน 6 ชั้นด้วยกัน ผ่านสวรรค์ 6 เดินลงไปสู่พรหม 16 ชั้น แทนด้วยดอกบัวทิพย์ 16 ดอกรอบพระอุโบสถ โบสถ์ เนรมิตวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ เป็นวิมานบนดินที่มนุษย์สามารถสัมผัสได้โบสถ์ เปรียบเหมือนบ้านของพระพุทธเจ้าสีขาว แทนพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า กระจกขาว หมายถึง พระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่เปล่งประกายไปทั่วโลกมนุษย์และจักรวาล

14.00 น. ทุกท่านเดินทางต่อไปยังวัดร่องเสือเต้น

14.30 น. นำท่านนมัสการ “วัดร่องเสือเต้น” ตั้งอยู่หมู่บ้านร่องเสือเต้น ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย โดยตั้งอยู่ริมแม่น้ำกก ฝั่งด้านซ้ายทางทิศตะวันออกของเทศบาลนครเมืองเชียงราย ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงรายมากนัก

ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของวัดร้าง เมื่อ 80-100 ปีก่อน จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่เล่าว่า ในสมัยนั้นยังไม่มีบ้านเรือนและผู้คนอาศัยอยู่มากนัก สัตว์ป่าจึงมีจำนวนมากโดยเฉพาะเสือ ชาวบ้านที่ผ่านแถวนั้นมักชอบเห็นเสือกระโดดข้ามร่องน้ำไปมา จึงเรียกบริเวณนี้ต่อๆกันมาว่า “ร่องเสือเต้น” รวมทั้งได้เรียกหมู่บ้านใกล้เคียงบริเวณนี้ว่า “บ้านร่องเสือเต้น” อีกด้วย

วัดร่องเสือเต้น ถูกสร้างขึ้นเนื่องจากชาวบ้านร่องเสือเต้นไม่มีที่ทำบุญในหมู่บ้าน เวลาทำบุญในวันสำคัญต้องไปทำบุญที่วัดอื่น ทำให้คนในหมู่บ้านต่างกระจัดกระจายกันไป จึงได้ร่วมกันบูรณะวัดร้างแห่งนี้ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านร่องเสือเต้น และเป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาใน วันสำคัญ จึงสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นและให้ชื่อว่า “วัดร่องเสือเต้น”

ความโดดเด่นของวันร่องเสือเต้นที่เห็นได้ชัดคือ วิหารวัดร่องเสือเต้น สร้างและออกแบบโดยศิลปินพื้นบ้านชาวเชียงราย นายพุทธา กาบแก้ว หรือที่คนรู้จัดในนาม สล่านก หลังจากที่จบการศึกษาใหม่ๆก็มีโอกาสได้มาเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ในการสร้างวัดร่องขุ่น จนได้ซึมซับศิลปะแนวพุทธศิลป์มาจากอาจารย์เฉลิมชัย เรียกว่า ศิษย์ก้นกุฏิเลยก็ว่าได้

15.00 น. ทุกท่านเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์บ้านดำ

15.20 น. นำท่านเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์บ้านดำ” ตั้งอยู่ที่ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย สร้างขึ้นโดยอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติชาวล้านนา ท่านเป็นศิลปินแห่งชาติที่มีฝีมือทางด้านจิตรกรรม ปฏิมากรรมที่ได้สร้างงานด้านศิลปะไว้มากมาย

พิพิธภัณฑ์บ้านดำสร้างบนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ลักษณะของบ้านดำจะเป็นกลุ่มบ้าน ศิลปะแบบล้านนา ทุกหลังทาด้วยสีดำ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “บ้านดำ” ซึ่งเป็นสีที่ อ. ถวัลย์โปรดปราน บริเวณภายในมีอาคารสถาปัตยกรรมแบบกาแลกว่า 40 หลัง รวมถึงบ้านสถูปรูปทรงแปลกตา ซึ่งเกิดจากการสร้างสรรค์ของ อาจารย์ถวัลย์ โดยตกแต่งภายในเน้นจัดแสดงผลงานศิลปะอันล้ำค่า จำนวนเป็นหมื่นๆ ชิ้น ทั้งงานฝีมือแบบสล่าเหนือ เช่น เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องเขินโบราณ เครื่องเงินล้ำค่า สิ่งของจากจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ทิเบต กระทั้งยุโรป จนถึงหนังสัตว์และเขาสัตว์ป่านานาชนิด เช่นหนังหมี หนังควาย หนังเสือ เป็นจำนวนมาก

16.30 น. เช็คอินเข้าที่พัก “The Heritage Chiang Rai Hotel” โรงแรม 5 ดาวที่ใหญ่ที่สุดในเชียงราย สไตล์การตกแต่งของที่นี่จะเป็นแบบ Modern Contemporary Lanna Style ที่ผสมผสานความหรูหราแบบยุคสมัยใหม่ และวัฒนธรรมล้านนาได้อย่างลงตัว ซึ่งในทุกๆ ห้องพักของที่นี่ จะถูกตกแต่งผนังห้องด้วยวอลเปเปอร์อักษรธรรมล้านนา หรือ อักษรตัวเมือง ซึ่งเป็นภาษาถิ่นของชาวไทยวนทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ซึ่งเป็นอาณาจักรล้านนาเดิม ทำให้เป็นอีกหนึ่งที่พักที่ผสมผสานความเป็นยุคสมัยใหม่ที่ยังคงมีกลิ่นอายความเป็นล้านนาได้ดีมาก (ห้องพักเป็นห้องแอร์)

18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 11) ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

20.00 น. นำส่งท่านกลับเข้าที่พัก ค่ำคืนนี้ราตรีสวัสดิ์
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
press to zoom
1/1

วันที่ 5: เชียงราย - ไร่ชาฉุยฟง - กรุงเทพฯ

07.30 น. รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 12) ที่ห้องอาหารโรงแรม

09.00 น. เช็คเอ้าท์ออกจากรีสอร์ท นำท่านออกเดินทางด้วยรถตู้ปรับอากาศต่อไปยัง ไร่ชาฉุยฟง

10.30 น. เดินทางถึง “ไร่ชาฉุยฟง” ไร่ชาเก่าแก่กว่า 500 ไร่ ที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง กว่า 1,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติและทิวเขาที่สวยงาม ตั้งอยู่ในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสกับธรรมชาติไร่ชา แล้วที่นี่ก็ยังมีของอร่อยๆ ให้บริการด้วย

เมื่อเรามาถึงด้านหน้าไร่ชาฉุยฟง ก็จะเห็นแลนด์มาร์คแรก! เป็นไร่ชาที่ปลูกลดหลั่นเป็นขั้นบันไดบนภูเขาสูงด้านหน้าวิวสวยงามมากมาย นอกจากไร่ชา ท่ามกลางภูเขา และท้องฟ้าสีครามแล้ว ที่นี่ยังมีคาเฟ่เล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวได้อร่อยกับเค้ก พร้อมนั่งจิบชาชมวิวในบรรยากาศดีๆ อีกด้วย

12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 13) ที่ร้านอาหารของไร่ชาฉุยฟง

13.30 น. ได้เวลาอันสมควร นำทุกท่านเดินทางต่อ

14.30 น. แวะซื้อของฝากร้านดัง “ร้านนันทวัน” 

มาเชียงรายทั้งทีของฝากที่พลาดไม่ได้เลยอย่าง ทางร้านมีสินค้าหลากชนิด รับประกันคุณภาพความอร่อย มากมายหลากหลายรายการ ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงรายเช่น แหนม แคบหมู หมูยอ ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม รถด่วน ของกินบ้านเฮา ซื้อกิ๋นถูกปาก ซื้อฝากถูกใจ๋ ให้ทุกท่านหอบหิ้วกลับบ้านไปฝากครอบครัวและเพื่อนๆ

16.30 น. รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่ 14) ณ ร้านอาหารท้องถิ่น “ร้านเอกโอชา” เป็นร้านที่อยู่คู่เชียงรายมาเกือบ 40 ปี บริการท่านด้วยอาหารพื้นเมือง ที่สด สะอาด ถูกหลักอนามัย เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ

17.30 น. เดินทางถึงสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

19.00 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯด้วยสายการบิน นกแอร์ เที่ยวบิน DD8723  เวลา 19.00 น.

20.20 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

หมายเหตุ:
รายการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมโดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ
press to zoom
press to zoom
press to zoom
1/1

รายละเอียดการเดินทาง

อัตราค่าบริการนี้รวม

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม